เตรียมตัวเด็กให้พร้อม เพื่อเลิกใช้ขวดนมหลังอายุ 1 ปี

เตรียมตัวเด็กให้พร้อม เพื่อเลิกใช้ขวดนมหลังอายุ 1 ปี

  • ทำอย่างไรจะเตรียมตัวลูก ให้พร้อม เพื่อเลิกใช้ขวดนมหลังอายุ 1 ปี  โดยไม่ทำให้ลูกหงุดหงิด

ตอบ ต้องฝึกเด็กในช่วงอายุขวบปีแรกอย่างเป็นขั้นตอน ให้เหมาะกับพัฒนาการ ทำให้เมื่อถึงเวลาจะเลิกขวดนมได้ง่าย
อายุ 6   เดือน คอตั้งได้มั่นคง ปฏิกิริยาดันลิ้นออกจะค่อยๆ หายไป สามารถเริ่มฝึกให้เด็ก ดื่มน้ำ ดื่มนม จากแก้ว ได้ทีละน้อย

อายุ 8 เดือน นั่งได้เองโดยไม่ต้องพยุง รู้จักเคี้ยว สามารถถือของมือเดียวและถ่ายโอนไปยัง
อีกมือได้ จึงควรเริ่มฝึกให้เด็กถือแก้วใบเล็ก เพื่อให้เด็กทำความคุ้นเคย เปรียบเสมือนของเล่นชิ้นหนึ่งของเด็กอายุ 10 เดือน เข้าใจ คำสั่ง ชอบเลียนแบบพ่อแม่ พ่อแม่จึงควรดื่มน้ำจากแก้วให้เด็กดูเป็นตัวอย่างอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรให้เด็กดูดน้ำจากขวดนมอายุ 1 ปี ถือแก้วได้ดีขึ้น เริ่มเดินได้ สนใจสำรวจสิ่งแวดล้อม ทำให้ความสนใจในการดูดนมลดลง ชอบคำชม ต้องการทำให้พ่อแม่พึงพอใจ จึงควรเริ่ม ฝึกเลิกขวดนมควบคู่กับการให้แรงเสริมทางบวก คือ การชมอายุ  1 ปี ครึ่ง ห่วงเล่นมากกว่ากิน พัฒนาการกล้ามเนื้อดีขึ้น จึงควรหมั่นฝึกเด็ก จนเคยชิน เพื่อลดการต่อต้าน เด็กจะใช้แก้วได้เก่งขึ้น ที่สำคัญ ควรฝึก ให้เด็กมีพฤติกรรม กินอาหารที่เหมาะสม ควบคู่ไปด้วย เช่น อายุ 9 – 10 เดือน เด็กใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้หยิบจับอาหารได้ ควรส่งเสริมให้หยิบอาหารเข้าปากเอง และค่อยๆ ฝึกใช้ช้อน ซึ่งภายในอายุ 1 ปีครึ่ง – 2 ปี เด็กมักจะใช้ช้อนตักอาหารกินเองได้ดี เด็กจะเริ่มสนใจอาหารทั่วไปมากขึ้น เมื่อเลิกดูดนมจากขวด เด็กจึงไม่หงุดหงิด

  • จะป้องกันไม่ให้ติดขวดนม ได้อย่างไร

ตอบ เตรียมการ จัดการนอน  การกิน  ให้ดีตั้งแต่เล็ก  จะป้องกันการติดขวดนมได้โดยมีแนวทางดังนี้

  • ฝึกลูกให้เข้านอนเป็นเวลาและหลับได้ด้วยตัวเอง   โดยวางบนที่นอนขณะยังตื่น หรือเมื่อเริ่มง่วง ไม่พาหลับโดย กกกอด หรือให้ดูดนมจนหลับ   เพราะจะชิน  ตื่นกลางดึกไม่มีใครพาหลับก็มักจะร้อง  ลงท้ายต้องดูดขวดนม ทั้งที่อาจไม่หิว
  • เมื่อหลับแล้ว ลูกขยับตัวนิดหน่อย ให้รอสักพัก  หรือสัมผัสเบาๆ เช่น ตบก้น  เด็กมักหลับต่อได้เอง
  • สร้างบรรยากาศกลางคืนให้เหมาะสม ไม่เปิดไฟสว่าง ไม่เปิดทีวีนอนหรืออุ้มเล่นกลางดึก
  • อาจหาตุ๊กตา หรือของที่ลูกชอบพาเข้านอนด้วย เมื่อลูกอายุ 4-5 เดือน เป็นสิ่งปลอบใจและเป็นเพื่อนลูกแทนขวดนม
  • ฝึกลด/เลิกนมมื้อดึก (หมายถึงเวลาประมาณ 24.00-04.00 น.)  ตั้งแต่อายุ 4-6 เดือน  เพราะเด็กเริ่มนอนหลับยาวได้ 6-8 ชั่วโมง โดยไม่หิว โดยมีกระบวนการ ดังนี้
  • ให้นมมื้อกลางวันแต่ละมื้อให้อิ่ม  นมมื้อดึกกินพอหายหิว ค่อยๆลดจนเลิกได้ ไม่บังคับหรือคะยั้นคะยอให้กินทั้งที่ไม่หิว
  • ฝึกกินนมให้อิ่ม ก่อนนอน  หลังทำความสะอาดฟันแล้ว ไม่ควรให้ดูดนมอีก ไม่ปลุกเด็กกินนมมื้อดึก
  • ฝึกจิบน้ำทุกชนิด-นมจากแก้ว หรือช้อน สลับกับการดูดจากขวด เมื่ออายุ 4-6  เดือน เพื่อให้เริ่มคุ้นเคย
  • ฝึกลูกใช้ขวดนมเมื่อเวลาหิว ไม่ใช้เป็นของเล่นเดินถือไปมา
  • สร้างบรรยากาศ  ”กินอาหาร”  อย่างมีความสุข แม้เลิกใช้ขวดนม ก็กินอาหารอื่นได้ อย่างสุขใจ
  • นมมื้อดึกเด็กๆ เลิกกันได้เมื่อไร

ตอบ โดยธรรมชาติเด็กวัย 2-3 เดือนแรก จะตื่นบ่อย กินบ่อย เพราะเด็กยังมีการปรับตัว วงจรการนอนยังไม่แน่นอน ความจุของกระเพาะอาหารยังเล็กจึงหิวบ่อย เมื่อโตขึ้น วงจรการนอนจะเหมือนผู้ใหญ่ เริ่มนอนได้นานขึ้น กระเพาะอาหารก็โตขึ้น เด็ก 6 เดือน นอนกลางคืนได้นาน
6-8 ชั่วโมง โดยไม่หิว โดยทั่วไปทารกที่กินนมผสม มักนอนกลางคืนนาน 4-6 ชั่วโมง โดยไม่ตื่นมากินนมมื้อดึกเมื่ออายุ 4 เดือน ในขณะที่ทารกที่กินนมแม่มักเลิกได้เมื่ออายุประมาณ 5 เดือน
หากได้รับการฝึกฝนที่เหมาะสม เด็กน่าจะเลิกนมมื้อดึกได้เมื่ออายุประมาณ
6 เดือน รายงานจากต่างประเทศพบว่า ร้อยละ 83 ของเด็กอายุ 6 เดือน สามารถปฏิบัติได้แล้ว สำหรับเมืองไทย จากการศึกษาของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯ ระหว่าง พ.ศ. 2546-2549 พบว่ามีเพียงร้อยละ 15 ที่ปฏิบัติได้ เด็กอายุ 1-2 ปียังตื่นขึ้นมากินนมมื้อดึก (24.00 – 04.00 น.) ประมาณร้อยละ 70 เด็กอายุ 2-3 ปีประมาณร้อยละ 45 และอายุ 3-4 ปีร้อยละ 21 ซึ่งอาจเป็นเพราะพ่อแม่ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้มากนัก   มักรีบให้นมตั้งแต่เด็กเริ่มบิดตัว หรือเริ่มร้อง ซึ่งอาจไม่ใช่เพราะหิว ในที่สุดทำให้เด็กชินกับการได้รับนมมื้อดึกจนติดทั้งนมและขวด

  • ทำไมควรเลิกนมมื้อดึกให้ได้ ตั้งแต่เด็กอายุ 6 เดือน

ตอบ ที่ควรเลิกให้ได้ที่อายุประมาณ 6 เดือน เนื่องจาก วัยนี้พัฒนาการทางการนอนเด็กจะนอนได้นานขึ้น  6-8 ชั่วโมง โดยไม่หิว การเลิกนมมื้อดึกได้  เป็นบันไดขั้นต้นที่จะช่วยให้เด็กเลิกขวดนมได้ง่ายขึ้นเมื่ออายุหลัง 1 ปี  สิ่งสำคัญคือ การที่ปล่อยให้เด็กนอนหลับอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ฮอร์โมนที่ช่วยการเจริญ เติบโตหลั่งได้ดี นอกจากนี้ สารเคมีที่ช่วยการพัฒนาสมองจะทำงานได้ดี เกิดผลดีต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็ก

 

  • อยากให้ลูกลดการกินนมกลางคืนลงไป จะทำไงดี

ตอบ ถ้าลูกอายุเกิน 6 เดือนไปแล้วและมีสุขภาพดี มีน้ำหนักเพิ่มตามเกณฑ์ก็สามารถงดการให้นมตอนกลางคืนได้อย่างปลอดภัย หากกินนมแม่ก็จำกัดนมตอนกลางคืนเหลือแค่ 5 นาทีตอน
2 คืนแรก แล้วลดเหลือ 3 นาทีใน  2 คืนต่อมา หลังจากนั้นก็ให้แต่น้ำอย่างเดียว ถ้ากินนมผงให้ลดความถี่หรือปริมาณมื้อดึก 1 ขวด ทุก 2-4 วัน จนหยุดนมได้ หากลูกร้องอาจให้น้ำแทนนมจนในที่สุดเด็กเคยชิน ไม่ติดนิสัยตื่นมาดูดนมมื้อดึกอีก

  • วิธีแก้ไขปัญหาลูกตื่นกลางคืน

ตอบ 1. ลดเวลานอนกลางวันของลูกให้น้อยลง และเพิ่มกิจกรรมเล่นสนุกกับลูกตอนกลางวันให้
มากขึ้น

  • ผ้าอ้อม เสื้อผ้า เครื่องนอนของลูกต้องสะอาด ใส่สบาย และตรวจสอบที่นอนไม่ให้มีมดแมลงที่จะรบกวนการนอนของลูก
  • ช่วงกลางคืนก่อนเข้านอนไม่ควรชวนลูกเล่นจนตื่นเต้น มากนัก ควรหากิจกรรมเบาๆ เช่น อ่านนิทานให้ลูกฟัง หรือนวดเบาๆ เพื่อเป็นการผ่อนคลายให้ลูกก่อนนอน
  • กำหนดเวลาเข้านอนที่แน่ชัดให้ลูก เมื่อใกล้ถึงเวลาเข้านอน ให้บอกลูก เพื่อให้ลูกได้เตรียมตัว แม้ว่าช่วงเล็กๆ ลูกจะไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ถ้าเราปฏิบัติเช่นนี้เป็นประจำทุกวัน ลูกจะรับรู้ได้เองว่าถึงเวลาเข้านอน
  • จัดบรรยากาศของห้องนอนให้สงบ เวลาที่ให้ลูกเข้านอนไม่ควรเปิดไฟสว่างเกินไป เพื่อสอนให้ลูกรู้ว่ากลางคืนมืดแล้ว เราต้องนอน
  • ไม่ควรให้ลูกดูดนมทุกครั้งที่ลูกตื่น เพราะจะทำให้ลูกเคยชินกับการตื่นแล้วต้องดูดนม บางครั้งลูกไม่ได้ตื่นเพราะความหิว เมื่อลูกร้องควรรอซักพัก เขาอาจหลับต่อได้เอง หากลูกยังไม่หลับควรหาสาเหตุว่าลูกร้องไห้เพราะอะไร เด็กอาจตื่นเพราะฝันร้ายหรือปัสสาวะอุจจาระเปียกชื้น
  • ควรให้ลูกหลับด้วยตัวเอง ไม่ควรอุ้มกล่อม หรือ ดูดนมจนหลับ เพราะจะทำให้ลูกเคยชิน ถ้าจะอุ้มกล่อมควรวางลูกลงบนที่นอนก่อนที่ลูกจะหลับ
  • ฝึกลูกให้นอนหลับฝันดี เพื่อป้องกันการตื่นบ่อยได้อย่างไร

ตอบ เริ่มจาก ฝึกพาลูกเข้านอนเป็นเวลา ต้องค่อยๆ ฝึกตั้งแต่อายุ 2-3 เดือน ควรพาทารกเข้านอน วางบนที่นอน ก่อนที่จะหลับ หรือเมื่อทารกเริ่มง่วง ควรวางทารกให้หลับเอง ไม่กก กอดจนหลับคาอกแม่ จนอายุ 4-6 เดือน อาจหาของเล่น หรือตุ๊กตาสัตว์นุ่มๆ ให้เด็กพาเข้านอน จนเด็กคุ้นเคย หากตื่นกลางดึกโดยไม่หิว เมื่อเห็นตุ๊กตาอยู่ใกล้ อาจหลับต่อเองได้โดยไม่เรียกหานม

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s