บันทึกคุณแม่

ลูกจ๋า….กว่าเราจะได้เห็นหน้ากัน…..

“น้ำหนักแม่ก็ขึ้นดี  แต่ทำไมอัลตร้าซาวด์ดูแล้วเด็กตัวเล็กจัง” คำพูดของคุณหมอเมื่อครั้งอายุครรภ์ได้ 5 เดือนยังจำได้ดี แม่ได้ฟังแล้วก็ใจหายรู้สึกตัวชา ๆ  หูอื้อ ๆ ชอบกล  หันไปมองดูพ่ออาการยังคงปกติแต่ความรู้สึกจะเหมือนกันไหมนั้นแม่ไม่กล้าถาม เดือนที่ 6 ผลการตรวจก็ยังคงเหมือนเดิม  น้ำหนักขึ้นเล็กน้อยประมาณได้กิโลกรัมกว่า   ๆ  ทั้ง ๆ ที่ควรจะเกือบ 2.5  กิโลกรัมแล้วแท้ ๆ

ณ  เวลานั้น  พ่อกับแม่เริ่มให้กำลังใจกันเตรียมใจยอมรับกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตามคำแนะนำของหมอ  ชื่อที่เตรียมตั้งไว้…กำหนดวันคลอด…แม่พับเก็บไม่เหลียวหันไปดูอีกเลย…อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด…เราอาจมีบุญไม่พอ

สัปดาห์ที่  36   คุณหมอนัดตรวจเหมือนเดิม  ระหว่างเดินทางแม่ก็นั่งลุ้นอยู่ว่อัลตร้าซาวด์คราวนี้เจ้าตัวน้อยน้ำหนักจะเป็นอย่างไร  “เด็กน้ำหนักประมาณ  1.7  กก.  น้ำคร่ำแม่ก็เหลือน้อยแล้ว  คุณแม่จะเอาอย่างไร”  แม่ก็พ่อได้ฟังก็ยัง งง  ๆๆๆๆ  “เอาอย่างไรคืออะไรวะเนี่ย”  ใจคิดปากก็เอ่ยถามหมอ  “จะผ่าคลอดวันนี้เลยหรือเปล่า  ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้หมอก็ต้องส่งไปตรวจคลื่นหัวใจแต่ระหว่างที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดคุณแม่ต้องมาตรวจคลื่นหัวใจทุกวันแล้วก็ต้องไปสังเกตอาการเอาเองนะครับ  ถ้าเด็กดิ้นน้อยลงหรือไม่ดิ้นคุณแม่ต้องรีบมาหาหมอเลยนะเพราะอันตรายกับแม่คุณมีอัตราเสี่ยงที่เด็กจะเสียในครรภ์”  “หมอเคยเจอกรณีแบบคุณก่อนหน้านี้มาสองคนแล้วคนแรกออกมารอด เด็กตัวเล็กเพราะรกแม่เสื่อม  รายที่สองคลอดออกมาไม่กี่วันก็เสียเนื่องจากเด็กไม่รับอาหารเอง”

ครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดโดยมีชีวิตของแม่และของเจ้าตัวน้อยที่นอนอยู่ในท้องเป็นเดิมพัน…พ่อกับแม่ตัดสินใจฝ่าคลอดวันนั้นนั่นเอง  ไปกันสองคนไม่บอกญาติพี่น้องคนไหนเพราะยังไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร  ระหว่างนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดก่อนจะหมดสติแม่ตื่นเต้นและลุ้นเป็นที่สุดว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วชีวิตแม่จะเปลี่ยนไปอย่างไร…และเชื่อเหลือเกินว่า “พ่อ”  ที่รออยู่หน้าห้องผ่าตัดก็คงเฝ้าภาวนาให้คนทั้งสองคนนั้นแคล้วคลาดปลอดภัย…

10  กรกฎาคม 2553  ครอบครัวของเราก็ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นหนุ่มน้อย น้ำหนักน้อยจริง ๆ เพราะชั่งได้แค่  1,306  กก.  แม่เห็นหน้าลูกชายครั้งแรกผ่านตู้อบมีสายน้ำเกลือและออกซิเจนระโยงระยาง  น้ำตาเอ่อล้นสงสารเป็นที่สุด  “นี่หรือเจ้าลูกชายเรา  คนที่อยู่ในท้องเรามาตั้ง 8  เดือน  ตัวเจ้าเล็กนักลำแขนเท่ากับนิ้วชี้ของแม่เท่านั้นเอง  ผิวก็ยังเหี่ยวย่น  อยากสัมผัสเจ้าหนักหนาแต่ก็ทำไม่ได้”

เมื่อครั้งคุณหมอบอกให้แม่ทำใจก่อนผ่าคลอดแม่พูดกับตัวเองว่า  “ไม่เป็นไร อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด”  แต่เมื่อเห็นหน้าลูกชายน้อย ๆ แล้วคงขาดใจ

พ่อกับแม่อยู่ใกล้คอยดูแลไม่ห่าง  แม่นอนโรงพยาบาลคอยเลี้ยงลูก ผลัดผ้า  ให้นม  ส่วนพ่อก็ทำงานและมาเยี่ยมทุกวัน  …   9  สิงหาคม 2553  ลูกชายน้อยของแม่ก็ได้ออกจากตู้อบ  น้ำหนักเจ้า 1,800 กว่า ๆ แล้ว  พ่อกับแม่ตั้งใจจะเลี้ยงดูเจ้าให้ดีที่สุด  “ปันปัน”  เจ้าลูกชายน้อยมาเถอะกลับบ้านเรากัน….

 

1 ตอบกลับที่ บันทึกคุณแม่

  1. praeak พูดว่า:

    ให้กำลังใจคุณแม่นุ้ย คุณแม่คนเก่งของลูกเอื้อ ครับผม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s